ปัญหาผนังชื้นเป็นเรื่องที่หลายบ้านต้องเผชิญ ซึ่งอาจเกิดจากความชื้นสะสม การรั่วซึมของน้ำ หรือการระบายอากาศที่ไม่ดี หากปล่อยไว้อาจส่งผลให้เกิดเชื้อราและกลิ่นอับ มาดูวิธีแก้ปัญหาผนังชื้นพร้อมอุปกรณ์ที่ใช้กัน!
1. ตรวจสอบสาเหตุของความชื้น
ก่อนแก้ปัญหา ต้องรู้ว่าความชื้นมาจากไหน เช่น
- น้ำรั่วจากภายนอก เกิดจากผนังภายนอกแตกร้าว น้ำฝนซึมเข้ามา
- น้ำซึมจากท่อภายใน อาจมีท่อน้ำรั่วใต้พื้นหรือหลังผนัง
- การระบายอากาศไม่ดี ทำให้ไอน้ำสะสม เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว
- ความชื้นจากพื้นดิน บ้านชั้นล่างอาจมีน้ำซึมจากใต้ดินขึ้นมา
2. ใช้วัสดุป้องกันความชื้น
เมื่อระบุสาเหตุได้แล้ว ให้เลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมเพื่อแก้ไข
- น้ำยากันซึม ใช้ทาบริเวณที่มีรอยร้าวหรือจุดเสี่ยง เช่น ทีโอเอ 201 รูฟซีล / นิปปอนเพนต์ รูฟซีล / เบเยอร์ รูฟซีล คูล
- น้ำยาเคมีป้องกันความชื้น ทีโอเอ มอยส์เจอร์ การ์ด / เบเยอร์ วอเตอร์บล็อก W-010
มีคุณสมบัติในการแทรกซึมเข้าพื้นผิว ป้องกันความชื้น ทำให้ยึดเกาะเนื้อสีได้แน่นขึ้น ซึ่งเนื้อฟิล์มนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ความชื้นหรือความเป็นด่างจากพื้นปูนที่ยังแห้งไม่สนิท (ปูนบ่มที่ไม่ได้ที่) และความชื้นที่มีอยู่ตามผนังปูน โดยเฉพาะความชื้นจากพื้นดิน (Rising Damp) บริเวณชายล่างอาคารออกมาทำลายทำให้สีลอกล่อน เกิดคราบเกลือ เฉดสีเพี้ยน
- ปูนซีเมนต์กันซึม ทีโอเอ ซีเมนต์กันซึมส่วนผสมเดียว / จระเข้ เฟล็ก ชิลด์
3. ปรับปรุงการระบายอากาศ
- ติดพัดลมระบายอากาศในห้องน้ำและห้องครัว
- เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ลดการสะสมของไอน้ำ
- ใช้เครื่องดูดความชื้น (Dehumidifier) เพื่อลดความชื้นในอากาศ
4. ซ่อมแซมและป้องกันความชื้นระยะยาว
- อุดรอยรั่ว ใช้ซิลิโคนกันน้ำอุดรอยแตกร้าว
- ปูกระเบื้องหรือแผ่นกันชื้น ช่วยลดปัญหาผนังอมน้ำ
- ตรวจสอบและซ่อมแซมระบบประปา ป้องกันท่อรั่วที่อาจทำให้เกิดความชื้น
การแก้ปัญหาผนังชื้นต้องเริ่มจากการหาสาเหตุ เลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม และปรับปรุงระบบระบายอากาศ หากปัญหาหนักอาจต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบและซ่อมแซมเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างถาวร